Miracle of Ubuntu
Miracle of Ubuntu : มหัศจรรย์ อูบุนตุ ทำงาน เล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง แบบไร้ฮาร์ดดิสก์
ใกล้สิ้นปีแบบนี้หลายคนคงเตรียมสิ่งพิเศษเพื่อมอบให้กับคนที่คุณ รัก ส่วนทาง PC Today เองก็มีสิ่งดีๆ จะมอบแด่ทุกๆ ท่านในเทศกาลแห่งความสุขนี้ เหมือนอย่างที่เคยมีให้เสมอมา มันไม่ใช่อะไรที่มากมายหากเป็นเพียงแค่คำๆ เดียว แต่มีความหมายอันยิ่งใหญ่ คำว่า ” UBUNTU” ( โอ้.. อะไรจะขนาดน้าน)
โหลดมาซะก่อนจะอ่าน
Ubuntu ( อูบุนตุ) เป็นระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ตัวหนึ่งที่อยากให้ลองหามาเล่นกันก่อนที่จะอ่านต่อจากนี้ไป (ไม่งั้นถ้าอ่านแล้วอยากเล่นแต่ไม่มีจะหงุดหงิดเอาได้ครับ) สามารถโหลดได้จาก www.ubuntu.com และขอแนะนำให้โหลดเวอร์ชัน 6.06 LTS ส่วนไฟล์ที่โหลดมาจะเป็นอิมเมจไฟล์ชนิด . iso ที่ต้องนำไปเขียนลงซีดีก่อน ด้วยการเปิดโปรแกรมเขียนแผ่นซีดีแล้วไปที่ File, open จากนั้นเลือกไฟล์ . iso ที่โหลดมาแล้วก็จัดการ burn เสียให้เรียบร้อย ส่วนการโหลดนั้นก็สะดวกมากครับเพราะทางอูบุนตุมีเซิร์ฟเวอร์กระจายอยู่ทั่วโลกรวมทั้งที่ไทยเราด้วย แถมยังสามารถโหลดแบบ bit torrent ได้อีกต่างหาก ถ้าท่านใดใช้อินเทอร์เน็ตแบบต่อโมเด็ม คงจะลำบากกับไฟล์ขนาด 700 เมกะไบต์ ผมแนะนำว่าให้หาแฟลชไดรฟ์ขนาด 1 กิกะไบต์ขึ้นไปมาใช้ (ยืมได้ก็ดีนะ) แล้วหาร้านเน็ตคาเฟ่แรงๆ ไปโหลดเอาเลยครับ ใช้เวลาไม่นาน เพราะว่าเซิร์ฟเวอร์อูบุนตุเตรียมแบนด์วิดธ์ไว้ให้อย่างเหลือเฟือ แต่ถ้าไม่สะดวกจริงๆ ก็สามารถเข้าไปสั่งซีดีได้ที่ shipit.ubuntu.com ซึ่งอูบุนตุยินดีจะส่งซีดีให้คุณฟรีๆ ตั้งแต่ 1-10 แผ่น โอ้วว!! ไม่นะใช้ฟรีแล้วยังมีแจกอีกหรือนี่ อ้อ ถ้าเน็ตใครแรงกระฉูดผมแนะนำว่าโหลดไฟล์อิมเมจแบบดีวีดีมาเลยก็ดีครับ
รู้จักกันก่อน
ดังที่กล่าวไปแล้วว่าอูบุนตุเป็นลีนุกซ์ตัวหนึ่ง ถ้าหากได้ทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลีนุกซ์บ้าง ก็จะทำให้คุณสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการด้วยตัวเองง่ายขึ้นหลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้ว ดังนั้นเราก็มาทำความรู้จักลีนุกซ์กันเสียหน่อยนะครับ หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อของลีนุกซ์มาบ้างแล้ว ลีนุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ชนิดหนึ่งที่แจกให้ใช้ฟรี เริ่มต้นเมื่อปี 1991 นักศึกษาชาวฟินแลนด์นามว่า Linus Torvalds ได้สร้างโอเอสตัวนี้ขึ้นมาและโพสต์ซอร์สโค้ด ( source code : ต้นฉบับของโปรแกรมที่ยังไม่ได้คอมไพล์) ทั้งหมดไว้บนอินเทอร์เน็ต ผู้ที่สนใจก็จะโหลดซอร์สโค้ดเหล่านี้ แล้วนำไปคอมไพล์ไว้ใช้งาน ดังนั้นคำว่า open source จึงถูกใช้เรียกผู้คนในชุมชนเหล่านี้ ซึ่งมีความหมายต่างจากคำว่า freeware ตรงที่ freeware ( อย่างเช่น winamp เป็นต้น) เป็นโปรแกรมแจกฟรีและพร้อมใช้งาน แต่สำหรับ open source คุณต้องนำซอร์สโค้ดที่ได้มาคอมพ์ไพล์ก่อน อย่างนี้ freeware ก็ดูจะสะดวกกว่า ซึ่งก็จริงอยู่ครับ แต่สำหรับ open source สิ่งที่คุณได้ คือ ซอร์สโค้ด ทั้งหมดของโปรแกรม ดังนั้นถ้าคุณเกิดไม่พอใจอะไรตรงไหน ก็สามารถแก้ไขได้เอง (หากว่าคุณเป็นนักโปรแกรมเมอร์นะ) นี่แหละจึงเป็นเหตุให้โปรแกรม open source มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะผ่านตาผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คน แต่ก็ทำให้แวดวงนี้จำกัดอยู่แค่กลุ่มของผู้พัฒนาเป็นส่วนใหญ่ เพราะผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ คงจะต้องคิดหนักหน่อยหากต้องนำซอร์สโค้ดมาคอมไพล์เอง แต่ความลำบากนี้ก็ไม่ได้ถูกมองข้าม นักพัฒนาเลือด open source ทั้งหลายได้ช่วยกันนำโปรแกรม open source ต่างๆ มาคอมไพล์ให้พร้อมใช้ แล้วนำออกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ใช้ง่ายขึ้น เทียบเท่ากับ freeware ถึงตรงนี้คุณก็คงจะเดาได้แล้วนะครับว่าทำไมโปรแกรมฟรีๆ ในรูปแบบ open source นั้นไม่ค่อยมีให้เห็นบนวินโดวส์กันสักเท่าไหร่
ลีนุกซ์สายพันธุ์ต่างๆ
เมื่อลีนุกซ์เกิดขึ้น ด้วยคุณความดีของมันทำให้นักพัฒนา open source ทั้งหลายหันมาสร้างโปรแกรมต่างๆ สำหรับทำงานบนลีนุกซ์กันอย่างกว้างขวาง เริ่มจากการพัฒนา GUI (Graphical User Interface) สำหรับลีนุกซ์ เพราะว่าลีนุกซ์เป็นโอเอสที่มีพื้นฐานมาจากระบบยูนิกซ์ ที่ใช้การพิมพ์คำสั่งเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ดังนั้น GUI ที่สร้างขึ้นมานี้จึงทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานลีนุกซ์ได้ง่ายๆ สไตล์ point and click เหมือนวินโดวส์ โดยในปัจจุบัน GUI ของลีนุกซ์ที่ได้รับความนิยมมีอยู่สองตัวได้แก่ KDE และ Gnome หลังจากมี GUI แล้ว โปรแกรมอื่นๆ ก็ทยอยตามมาให้ใช้ฟรีๆ เหมือนเดิม ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการใช้ลีนุกซ์ต้องเริ่มจากลงลีนุกซ์โอเอสก่อน จากนั้นเลือก GUI มาติดตั้งครอบโอเอส แล้วจึงจะสามารถนำโปรแกรมอื่นๆ มาติดตั้งได้ ดูยุ่งยากใช่ไหมครับ เช่นเดียวกัน ปัญหานี้ก็ไม่ได้ถูกมองข้ามแต่อย่างใด กลุ่มนักพัฒนาได้จับเอา ลีนุกซ์ + GUI + แอพพลิเคชัน มารวมกันเป็นชุด แล้วนำออกเผยแพร่ให้ผู้ใช้ทั่วๆ ไปได้ใช้กันง่ายขึ้น (ฟรีเหมือนเดิมด้วย) โดยแต่ละชุดที่ออกมานั้นจะเรียกว่า Distribution ซึ่งก็มีนักพัฒนาหลายกลุ่มที่ทำแบบนี้ ทำให้ลีนุกซ์มีหลาย Distribution เช่น Redhat, Fedola, SuSE, Mandrake, Debian เป็นต้น แล้วถ้าถามว่าแต่ละ Distribution ต่างกันอย่างไร หลักๆ เลยก็คือ การเลือกใช้ GUI และจำนวนของโปรแกรมที่แต่ละชุดมีให้ นอกจากนั้นอาจจะแตกต่างกันที่จำนวนไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ และการปรับแต่งอะไรบางอย่างอีกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้แต่ละ Distribution มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันในทุกๆ Distribution ได้แก่ kernel ซึ่งก็คือลีนุกซ์โอเอสนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นส่วนของ GUI ไดรเวอร์หรือโปรแกรมต่างๆ อาจจะสร้างขึ้นจากนักพัฒนาหลากหลายกลุ่มแต่สำหรับ kernel แล้วจะถูกพัฒนาโดยกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น จึงเป็นการรับประกันว่าแต่ละ Distribution จะมีประสิทธิภาพและความเสถียร ทัดเทียมกันนั่นเอง
:: ติดตามอ่านต่อได้ที่ PC Today December 2006 ::
แหล่งที่มา http://www.pantip.com/cafe/book_stand/pctoday/s4912.html